สถานการณ์และแนวโน้ม วทน.

สถานการณ์ วทน. ของประเทศไทย

สถานการณ์ วทน. ของประเทศไทย

  • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    • แม้ว่าในภาพรวมประเทศไทยจะมีการเข้าถึงและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนพบว่า การใช้งานโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตถือว่าค่อนข้างต่ำ โดยมีอันดับที่ต่ำกว่าทั้งสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

      ความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี พบว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะยังมีความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีอยู่ ซึ่งเห็นได้จากการกระจายตัวอย่างหนาแน่นของการใช้เทคโนโลยีในเขตเมืองแต่ความแตกต่างระหว่างเขตเมืองกับเขตชนบทก็เริ่มลดน้อยลง

      การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงข่ายการเชื่อมโยงให้ทั่วถึงเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เรียนรู้ และเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการลดช่องว่างระหว่างเขตเมืองและเขตชนบทได้มากขึ้น และทำให้ประเทศไทยพร้อมก้าวเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ได้เร็วยิ่งขึ้น

  • ผลงานตีพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    • ข้อมูลจากฐานข้อมูลวารสารวิชาการระหว่างประเทศ (ISI) แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีจำนวนผลงานตีพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่จำนวนผลงานตีพิมพ์จากฐานข้อมูลวารสารภายในประเทศ (TCI) ในปีที่ผ่านมามีจำนวนลดลงเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานของประเทศยังไม่มีการเติบโตมากนัก ในระยะต่อไปนอกจากการพิจารณาจำนวนผลงานตีพิมพ์แล้วจำเป็นต้องมี
      การพิจารณาดัชนีในมิติอื่นๆ ด้วย อาทิเช่น ดัชนีการตีพิมพ์ผลงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภาคเอกชน สถาบันวิจัยของรัฐ เพื่อให้เห็นถึงการถ่ายเทขององค์ความรู้และการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จากมิติของหน่วยดำเนินงานประเภทต่างๆ

  • สิทธิบัตร
    • จำนวนคำขอรับสิทธิบัตรและจำนวนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ได้รับอนุมัติสำหรับประเทศไทยยังมีจำนวนน้อย และส่วนใหญ่เป็นการยื่นจดทะเบียนโดยชาวต่างชาติ

      ภาครัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรให้สามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดมูลค่าทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณประโยชน์มากขึ้น ตลอดจนต้องมีการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่บุคลากร ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ

  • สถิติระหว่างประเทศด้านเทคโนโลยี
    • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นกลางกึ่งสูงเป็นอุตสาหกรรมมีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด แต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเหล่านั้นประเทศไทยต้องซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากเช่นกัน ทั้งนี้ประเทศไทยมี การขาดดุลการชำระเงินทางเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเป็นภาวการณ์ที่พบโดยทั่วไปในประเทศกำลังพัฒนา สิ่งที่ควรพิจารณาคือ การพัฒนาแนวทางหรือมาตรการเชิงนโยบายที่จะใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมุ่งให้เกิดการแพร่กระจาย (Spill over) ของความรู้ทางเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศสามารถน ามาต่อยอดและพัฒนาความรู้ดังกล่าว ไปสู่การยกระดับการพัฒนาทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมภายในประเทศต่อไป

  • บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    • จากแนวโน้มกำลังแรงงานด้านวิทยาศาสตร์ที่จะมีสัดส่วนลดลงในกลุ่มประชากรที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน(อายุ 20-29 ปี) ในขณะที่ประเทศมีความต้องการแรงงานทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น
      ดังนั้นประเทศไทยจ าเป็นต้องวางแผนในการเพิ่มจ านวนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน

  • การวิจัยและพัฒนา
    • สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาหรือ GERD (Gross Expenditures on R&D) ต่อ GDP ของประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 0.47 (เป้าหมายร้อยละ 1 ในปี 2559) แต่การลงทุนกว่าร้อยละ 50 มาจากภาครัฐ ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อาทิ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน การลงทุนมาจากภาคเอกชนมากกว่าร้อยละ 70

      บุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาแบบเทียบเท่าท างานเต็มเวลา (Full Time Equivalent: FTE) เพียง 1.05 คน-ปี ต่อประชากร 1,000 คน (ข้อมูลในปี 2556) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะพบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนต่ ากว่าประเทศเหล่านี้อยู่ระหว่าง 7-11 เท่า จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างบุคลากรวิจัยและพัฒนาให้เพียงพอต่อการขยายการลงทุนของภาคเอกชน

  • งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • การจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ร้อยละ 3.86 ต่อการงบประมาณจัดสรรโดยรวมของประเทศ

      จากโครงสร้างของงบประมาณที่เป็นอยู่ ภาครัฐควรปรับยุทธศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณด้าน วทน. โดยมุ่งให้ความส าคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น

  • ความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • การจัดอันดับของทั้ง IMD, WEF และ Global Innovation Index จะเห็นว่าได้ว่าความสามารถใน
      การแข่งขันของประเทศไทยยังมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ โดยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นปัจจัย
      ส าคัญในการชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศยังถือเป็นจุดอ่อนที่ส าคัญของประเทศ แต่กระนั้นก็มี
      สัญญาณในเชิงบวก อาทิ เช่น ปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาถือเป็นปัจจัยที่มีการปรับตัวดีขึ้นมากที่สุดใน
      การพิจารณาความสามารถในการแข่งขันของ IMD